วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ห้องน้ำ ก๊อกน้ำ ก้านชักโครก แหล่งเชื้อมะเร็งปากมดลูก




สำรวจพบพบเชื้อเอชพีวี หรือเชื้อมะเร็งปากมดลูกในห้องน้ำสาธารณะ ทั้งก้านกดชักโครก ก๊อกน้ำล้างมือ ที่รองนั่งโถส้วม เจอจากห้องน้ำในผับเยอะที่สุด ห้องน้ำหญิงในห้าง และ รร.กวดวิชา แพทย์เตือนโอกาสติดน้อย แค่ล้างมือให้สะอาดช่วยป้องกันได้
ศ.ดร.วสันต์ จันทรานิตย์ หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวในงานแถลงข่าว "เผยผลการตรวจพบไวรัสเอชพีวีในสถานที่สาธารณะ" จัดโดยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และหน่วยไวรัสวิทยา รพ.รามาฯ ว่า จากการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่าเชื้อเอชพีวีซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกสามารถติดต่อทางการสัมผัส ซึ่งเราจะพบเชื้อนี้ในสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ และหน่วยไวรัสวิทยา รพ.รามาฯ จึงร่วมกันเก็บตัวอย่างจากสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะ โดยใช้สำลีปราศจากเชื้อชุบน้ำยาตรวจหาไวรัสเอชพีวี เช็ดถูบริเวณต่างๆ เช่น ราวบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ ลูกบิดประตูห้องน้ำ ก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือ ก้านกดชักโครก ที่รองนั่งโถส้วม เป็นต้น จำนวน 100 ตัวอย่าง จากห้างสรรพสินค้า 4 แห่ง โรงเรียนกวดวิชา 3 แห่ง สนามเด็กเล่น 2 แห่ง โรงพยาบาล 2 แห่ง สถานีบริการน้ำมัน 2 แห่ง สถานบันเทิง (ผับ) 3 แห่ง รถไฟฟ้า 3 ขบวน และรถประจำทาง 2 คัน
จากตัวอย่างที่พบเชื้อไวรัสเอชพีวี 4 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 4% เป็นสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 และอื่นๆ โดยพบเชื้อที่ก้านกดชักโครกห้องน้ำหญิงในโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งจากจำนวน 3 แห่งที่จัดเก็บตัวอย่าง ก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือห้องน้ำชายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจากจำนวน 4 แห่งที่จัดเก็บ ที่รองนั่งโถส้วมในห้องน้ำหญิงจากผับแห่งหนึ่ง และที่รองนั่งโถส้วมในห้องน้ำชายจากผับอีกแห่งหนึ่ง จากจำนวน 3 แห่งที่จัดเก็บตัวอย่าง
ศ.ดร.วสันต์ กล่าวอีกว่า ผลการศึกษาพบว่าสถานที่ที่พบเชื้อเอชพีวีจะเป็นสถานที่เย็น ชื้น ไม่มีแสงแดดส่องเข้าถึง โดยตรวจพบบริเวณห้องน้ำทั้งหมด โดยเป็นสถานบันเทิงมากกว่าแห่งอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มคนที่เข้าไปในสถานบันเทิงที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ เป็นกลุ่มที่มีการติดต่อและแพร่เชื้อสูงสุด
เนื่องจากเวลาปัสสาวะแล้วมีการจับอวัยวะเพศของตนเอง ทำให้เชื้อที่มีอยู่ติดมือ เมื่อมาจับสิ่งของต่างๆ ต่อจึงทำให้ในห้องน้ำมีเชื้อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลว่าการนั่งบนส้วมที่มีเชื้อเอชพีวีจะทำให้ติดเชื้อแล้วเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะเชื้อไม่สามารถเข้าถึงช่องคลอดได้ แต่กลัวเป็นหูดมากกว่า จึงไม่อยากให้ทุกคนตระหนกว่าเข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วจะติดเชื้อเอชพีวี
ทั้งนี้ การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังการเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคที่อาจจะติดมาแบบไม่รู้ตัว

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

'กระบี่' ติดอันดับ 2 ไข้เลือดออกระบาด ล่าสุดตายแล้ว 1






จ.กระบี่ ติดอันดับ 2 ไข้เลือดออกระบาด ล่าสุดตายแล้ว 1 ราย เป็นสาวเกาะลันตา ขณะที่ สสจ.กระบี่ เผยป่วยสะสม 920 ราย พบมากในอำเภอเมืองอายุ 10-14 ปี
นายแพทย์ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองนายแพทย์สาธารณะสุขจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ไข้เลือดออกในจังหวัดกระบี่ในปีนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง มีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา มีรายงานสถานการณ์ไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 56-20 พฤษภาคม 56 พบจำนวนผู้ป่วยสะสมจำนวนกว่า 920 ราย จากปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกันมีจำนวนผู้ป่วยสะสมจำนวน 822 ราย คิดเป็นอัตราผู้ป่วย 211.11 ต่อประชากร 1 แสนคน และอยู่อันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดสงขลา โดยกลุ่มอายุที่พบสูงที่สุดคือ อายุระหว่าง 10-14 ปี อาชีพที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ นักเรียน จำนวน 478 ราย รองลงมาคืออาชีพรับจ้างทั่วไป
รองนายแพทสาธารณสุข จังหวัดกระบี่ เปิดเผยอีกว่า สำหรับอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ อำเภอเมือง รองลงมาอำเภอคลองท่อม อำเภอเขาพนม อำเภอลำทับอำเภอเกาะลันตา ส่วนสาเหตุที่ในปีนี้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศใน พื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคใต้ มีฝนตกบ่อย และมีน้ำท่วมขัง ทำให้ มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายมากขึ้น นอกจากนี้มีประชากรเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นจากต่างจังหวัด แรงงานต่างด้าว เหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไข้เลือดออก
สำหรับมาตรการป้องกันก็เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำทุกตำบล มีความตื่นตัว และคัดกรองผู้ป่วยอย่างละเอียด เร่งรณรงค์ในพื้นที่เสี่ยงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับไข้เลือดออกให้มากที่สุดหากสงสัยว่า บุตรหลานของท่านติดเชื้อไข้เลือดออกเช่นมีไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อย ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไข้เลือดออกและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อจะได้รักษาถูกอาการไม่ควรหายากินเอง เพราะขณะนี้จำนวนผู้ป่วยในกระบี่มีจำนวนมากจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดมีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกเสียชีวิตแล้ว 1 ราย คือนางสาวปราณี กสิคุณ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.6 ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา ซึ่งเข้ารักษาตัวที่ รพ.เกาะลันตา และถูกส่งตัวมาที่ รพ.กระบี่ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา  

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แพทย์แนะให้นมลูกช่วยลดเสี่ยงมะเร็งเต้านม






แพทย์ชี้ตัดเต้านมทิ้งลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้ แต่หากเกิดจากยีนส์ที่ผิดปกติมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ด้วย เผยหญิงไทยตายเพราะมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 3 โอกาสตรวจเจอระดับยีนส์ทำได้ยาก ยันขนาดเต้านมไม่เกี่ยวกับการเกิดโรค อึ้ง! กินฮอร์โมนแต่เด็กเพิ่มโอกาสเสี่ยง แนะออกกำลังกาย ให้ลูกดูดนมบ่อยๆ ช่วยลดอัตราเสี่ยงได้
นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีแองเจลินา โจลี นักแสดงสาวชื่อดังเข้ารับการผ่าตัดเอาเต้านมทั้ง 2 ออก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ว่า โรคมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีอัตราการเกิดมะเร็งประมาณร้อยละ 1-5 เกิดจากยีนส์ที่มีความผิดปกติซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือ บีอาร์ซีเอ 1 (BRCA1) หากตรวจพบยีนส์ผิดปกติประเภทนี้จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้ถึงร้อยละ 50-80 นอกจากนี้ จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่ด้วย ทั้งนี้ การตัดเต้านมทิ้งจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ แต่ยังต้องติดตามต่อเนื่องเพราะยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งรังไข่ด้วย
นพ.ธีรวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่า กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนส์อยู่ในสัดส่วนเท่าไร เนื่องจากเทคโนโลยีการตรวจหาความผิดปกติในระดับยีนส์ยังมีราคาสูงและสามารถทำได้เพียงไม่กี่ทีเท่านั้น แต่ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมจากยีนส์ จะสังเกตได้ว่าจะมีประวัติพี่น้องสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง หรือมีพี่น้องมากกว่าหนึ่งคนเป็นมะเร็ง หรือ เกิดมะเร็งเต้านมในผู้ชายในครอบครัวญาติพี่น้องสายตรง หากมีสัญญาณดังกล่าวควรจะหมั่นตรวจเช็กความผิดปกติ ซึ่งจะต้องใช้วิธีการตรวจแบบแมมโมแกรม ซึ่งมีความละเอียดสูง จึงจะสามารถตรวจหาสัญญาณความผิดปกติได้ ส่วนคนปกติทั่วไปที่ไม่มีสัญญาณความเสี่ยงการเกิดมะเร็งในครอบครัวจะแนะนำให้ตรวจหาความผิดปกติที่อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งจะต่ำกว่าชาวตะวันตก
นพ.ธีรวุฒิ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์มะเร็งเต้านมในไทย มีผู้ป่วยปีละ 13,000 คน และเสียชีวิตปีละ 4,600 คน เฉลี่ยเสียชีวิต 12 คนต่อวัน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับที่เป็นการเสียชีวิตอันดับ 1 มีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 90 และมะเร็งปากมดลูกที่เป็นการเสียชีวิตอันดับ 2 มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 50 ปรากฏการณ์ของโรคส่วนใหญ่จะพบในหญิงอายุ 40-45 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มอุบัติการณ์ของโรคอยู่ที่ 20 ต่อแสนประชากร ความเสี่ยงจะเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนเพศหญิง (เฮโตรเจน) มากเกินไป ไม่สมดุล การรับประทานฮอร์โมนมากเกิดไป การรับประทานยาคุมกำเนิดตั้งแต่เด็ก การที่มีประจำเดือนอายุน้อยกว่า 12 ปี และหมดก่อน 50 ปี ถือว่ามีภาวะเสี่ยง ส่วนสาเหตุจากพันธุกรรมในคนไทยถือว่าพบในต่ำกว่าประเทศตะวันตก
“ขนาดของเต้านมไม่ได้มีผลที่ทำให้เกิดโรค เพียงแต่ยากแก่การตรวจคัดกรอง โดยในต่างประเทศจะใช้การตรวจด้วยเครื่องเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ การป้องกันมะเร็งเต้านมสามารถทำได้โดย การตรวจคัดคลำเต้านม ออกกำลังกาย ลดความอ้วน หรืองดการรับประทานอาหารมันจัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ ควรให้บุตรดื่มนมพบว่าสามารถช่วยอัตราการเสี่ยงเกิดมะเร็งเต้านมได้”

บทความที่ได้รับความนิยม